ตัวอย่างสมุนไพรไทยที่หลายๆคนรู้จัก

ประเทศไทยของเรานั้นมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกันมายาวนานกับการใช้พืชสมุนไพร ด้วยความเหมาะสมทางด้านปัจจัยทางด้านสภาพภูมิอากาศและสภาพภูมิประเทศ ทำให้การที่เราจะมีพืชสมุนไพรที่สามารถที่จะนำมารักษาโรคนั้นมันมีมากมายหลากหลายชนิด ยกตัวอย่างก็อย่างเช่น สมุนไพรริมรั้วที่บอกได้เลยว่ามีเยอะมาก แต่แต่อาหารการกินของเราก็มีพืชสมุนไพรเป็นส่วนผสมในอาหารแต่ละมื้ออยู่แล้ว การที่มีภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเจริญงอกงามของพืชนานาชนิด โดยเฉพาะพืชสมุนไพร ซึ่งในปัจจุบันนั้นมันมีทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและจากการเพาะปลูก ก็มีทำให้วัตถุดิบในการนำมาแปรรูปเป็นยาสมุนไพร หรือว่าผลิตภัณฑ์ เช่น หมอเส็ง มีเยอะมาก นำมาผลิตเป็นยาแผนโบราณ ดังนั้นลองทำมาทำความรู้จักกันคร่าวๆดีกว่าว่าพืชสมุนไพรของไทยเราได้รับอิทธิพลและมีประวัติความเป็นมายาวนานขนาดไหนการ การเข้ามาของการนำมาทำยารักษา จากการศึกษาพบว่าประเทศไทยของเราได้รับอิทธิพลจากประเทศอินเดียอ้างอิงจากอาศัยคัมภีร์อายุรเวทของอินเดียเป็นบรรทัดฐาน ที่มีภาษาบาลีสันสกฤตอยู่ไม่น้อย เช่นคำว่า มะลิ ภาษาสันสกฤตว่า มัลลิ เป็นต้น ตัวอย่างของพืชสมุนไพรใกล้ตัวที่เราอาจจะใช้ไม่ทราบคุณประโยชน์ 1. ขนุน นอกจากจะนำมาทานเป็นผลไม้ มีกลิ่นหอมหวาน รสชาติอร่อยแล้ว ยังสามารถที่จะนำมาเป็นสมุนไพรในการบำรุงกำลังและบำรุงเลือด 2. ขมิ้นชัน มีสีเหลืองสวย ยังมีประโยชน์มากในการช่วย ลดอาการจุกเสียดแน่นเฟ้อ ช่วยฆ่าเชื้อโรคและลดอาการติดเชื้อ รักษาโรคผิวหนัง เป็นต้น 3. ขี้เหล็ก นอกจากจะนำมาปรุงอาหารแล้วยังมีสรรพคุณในการเป็นยาที่สามารถบรรเทาอาการนอนไม่หลับ แก้เหน็บชา โรคริดสีดวง เป็นต้น 4. มะขามแขก บอกได้เลยว่ามันคือ ยาระบายที่ดีมาก เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาท้องผูก แต่ไม่ควรรับประทานติดต่อเป็นเวลานานเพราะว่าจะทำให้ร่างกายขาดโพแทสเซียม 5. กระเทียม บอกได้เลยว่าคือสมุนไพรใกล้ตัวเอามาก มีสรรพคุณช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล 6. บอระเพ็ด มีสรรพคุณ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด แก้ไข้ ได้ รวมทั้งรสขม จะช่วยในการเจริญอาหาร...
read more

เรื่องน่ารู้ในการทำเล็บที่คุณไม่ควรพลาด

ในปัจจุบันนี้ การทำเล็บ หรือการเพ้นท์เล็บนั้นเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และยังคงนิยมอย่างต่อเนื่อง ร้านทำเล็บตั้งแต่ร้านเล็กๆ ก็สามารถสร้างรายได้ที่ดีได้แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงมีผู้ที่ต้องการเปิดร้านทำเล็บอยู่มาก แต่หากคุณต้องการเปิดร้านทำเล็บ สิ่งที่คุณจะต้องใส่ใจนั้นมีอยู่หลายอย่าง เช่น จะต้องเลือกผู้ รับออกแบบร้านทำเล็บ ที่มีฝีมือ ต้องมีใจรักในการบริการ มีความรู้ในการทำเล็บ และมีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม รวมถึงมีใจศึกษาในเรื่องการทำธุรกิจด้วย การทำเล็บ มีข้อมูลและรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย และคุณเองก็สามารถทำได้ โดยเรื่องน่ารู้ในการทำเล็บที่คุณไม่ควรพลาด มีดังนี้ การเพ้นท์เล็บด้วยตนเอง คุณก็สามารถเพ้นท์เล็บด้วยตนเองได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากการทำลวดลายง่ายๆ ก่อน เพราะคุณจะไม่ต้องใช้สีจำนวนมาก และสามารถฝึกมือได้อย่างง่ายดายกว่าลายยากๆ อาจลองวาดลงในกระดาษก่อนก็ได้ และคุณเองก็สามารถศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้จากแหล่งความรู้มากมาย ทั้งคลิป หรือบทความทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีสอนเกี่ยวกับการทำเล็บไว้ค่อนข้างชัดเจน และครบถ้วน การฟื้นฟูเล็บที่อ่อนแอ สิ่งที่สำคัญในการดูแลเล็บ คือคุณจะต้องดูแลเล็บอย่างถูกต้อง ถูกวิธี เพื่อบำรุงเล็บให้แข็งแรง หากเล็บของคุณอ่อนแอ ควรพักเล็บจากการทาสีหรือทำเล็บต่างๆ อย่างน้อย 1-2 วัน ไม่ใช้เล็บหนักเกินไป ดื่มน้ำเปล่ามากๆ รับประทานอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียม หลีกเลี่ยงน้ำยาล้างเล็บที่มีส่วนผสมของ Acetone ไม่ควรแกะผิวหน้าเล็บที่กำลังลอก และอย่าไว้เล็บยาวเกินไป หากต้องการเปิดร้านทำเล็บ ควรทำอย่างไร หากต้องการเปิดร้านทำเล็บ คุณจะต้องมีเวลาที่คุณจะต้องทุ่มเทให้กับธุรกิจ ความเข้าใจในการเพ้นท์เล็บ และทำเล็บในรูปแบบที่จะให้บริการอย่างมืออาชีพ มีงบประมาณและรูปแบบของร้าน มีใจรักในการบริการ ขวนขวายที่จะหาความรู้ใหม่ๆ ในการทำเล็บมาอัพเดทให้ลูกค้าอยู่เสมอ และไม่ละเลยที่จะตกแต่งร้านให้สวยงามโดยเลือกผู้รับออกแบบร้านทำเล็บที่มีความน่าเชื่อถือ อุปกรณ์ทำเล็บพื้นฐานที่ควรมี หากคุณชื่นชอบในการทำเล็บเอง อุปกรณ์ทำเล็บพื้นฐานที่คุณควรมีติดบ้านเอาไว้ คือ น้ำยาทาเล็บ หลายๆ สี หรือสีพื้น อุปกรณ์ตกแต่งเล็บ คือ กรรไกรตัดเล็บ กรรไกรตกแต่งเล็บ ตะไบหยาบ ตะไบละเอียด อุปกรณ์เช็ดล้างทำความสะอาดเล็บ เช่น น้ำยาล้างเล็บ คอตตอนบัด สำลี พู่กันและจานสี เป็นต้น เรายังมีความรู้ และสาระดีๆ มากมายเกี่ยวกับการตกแต่งร้านทำเล็บ และความรู้ในเรื่องของการทำเล็บต่างๆ มาฝากอยู่เรื่อยๆ...
read more

วิธีนวดเท้าผ่อนคลายด้วยตัวเอง

อาการปวดเมื่อยตามร่างกายสามารถที่จะเกิดขึ้นได้กับทุกคน ดังนั้นเราควรหาวิธีการป้องกันและสามารถที่จะช่วยผ่อนคลายร่างกายได้ด้วยตัวเอง ซึ่งหลายสถานบัน เรียนนวดไทย ได้มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับการนวดผ่อนคลายในแบบง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่มีเวลาเดินทางมาที่ร้าน ซึ่งสามารถทำได้เองดังนี้ 1. นวดกดจุดบริเวณกึ่งกลางของนิ้วหัวแม่เท้า เป็นการนวดกดและคลึงซึ่งจะค่อยออกแรงกดเพิ่มขึ้น ทำสักพักหนึ่งจึงเปลี่ยนท่าต่อไปส่วนนิ้วมือทั้งสี่ให้จับหลังเท้าแต่ละข้างไว้ จากนั้นให้กดนิ้วหัวแม่มือลงบนหัวแม่เท้าโดยใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงไปบริเวณกึ่งกลางด้านล่างของนิ้วหัวแม่เท้าทั้งสองข้างวิธีนวด ก็คือให้วางนิ้วหัวแม่มือกดไปบริเวณกึ่งกลางของนิ้วหัวแม่เท้าทั้งสองข้างและมีอิทธิพลต่อต่อมไร้ท่ออื่นๆ ช่วยทำให้ร่างกายทำงานเป็นปกติสมบูรณ์จุดนี้เชื่อมต่อกับต่อมใต้สมอง ซึ่งมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนที่สำคัญ 2. การนวดคลึงและออกแรงกด ทำต่อแบบนี้ไปเรื่อยประมาณ 5 นาที แล้วจึงเปลี่ยนเป็นจุดต่อไปวิธีการนวดก็คือ ให้ใช้นิ้วกดจุดตรงจุดดังกล่าว ออกแรงกดให้สม่ำเสมอจุดนี้จะส่งผลต่อมดลูกในผู้หญิง สามารถช่วยลดและป้องกันอาการปวดประจำเดือนได้เป็นอย่างดีสำหรับกลุ่มคนที่มีการปวดประจำเดือนแบบเรื้อรัง ทั้งนี้ช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกายอีกด้วย 3. นวดกดจุดบริเวณข้างเท้าด้านในในระยะของกลางแนวส้นเท้า จะเป็นการออกแรงกดแล้วคลาย แล้วเพิ่มน้ำหนักการกดอีกเล็กน้อยวิธีการนวดก็คือ ให้ใช้ปลายนิ้วชี้กดลงในตำแหน่งดังกล่าว มืออีกข้างจับยึดเท้าเอาไว้การนวดกดจุดจะช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติและเพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นบริเวณนี้มีผลโดยตรงต่อมดลูก ช่วยในเรื่องการปรับและบำบัดร่างกายให้สมบูรณ์มากขึ้น 4. นวดกดจุดบริเวณใต้เนินนูนของฝ่าเท้า โดยการใช้นิ้วมือที่เหลือให้อ้อมไปจับหลังเท้าเอาไว้ จากนั้นออกแรงกดไปที่นิ้วหัวแม่มือทั้งสองส่วนนิ้วหัวแม่มืออีกข้างหนึ่งให้กดตรงเนินนูนแนวนิ้วกลางและนิ้วนางแนวระหว่างนิ้วหัวแม่เท้ากับนิ้วชี้วิธีการนวด ก็คือให้ใช้นิ้วหัวแม่มือข้างซ้ายกดบริเวณใต้เนินนูนของฝ่าเท้า วิธีนี้ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ไม่น้อย และที่สำคัญไม่ทำให้เกิดอาการปวดอีกด้วย 5. นวดกดจุดบริเวณข้างเท้าช่วงขอบฝ่าเท้า เพิ่มแรงกดแล้วคลายทำสลับไปมาเช่นนี้สักครู่แล้วจึงเปลี่ยนเป็นจุดต่อไปวิธีการนวดก็คือ ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือกดตรงจุดดังกล่าวซึ่งเป็นโรคที่มักจะเกิดกับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ 4ลองทำดูก็ไม่เสียหายค่ะช่วยบรรเทาอาการปวดกระเพราะปัสสาวะและอาการกระเพราะปัสสาวะอักเสบในตำแหน่งแนวเดียวกับตาตุ่ม...
read more

การเลือกทำสปากระเป๋าและผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลกระเป๋าหนัง

การทำสปากระเป๋า คือ การทำความสะอาดกระเป๋าหรือดูแลกระเป๋าให้ดูใหม่ขึ้น สะอาดขึ้น ซึ่งสำหรับคนที่นำกระเป๋ามาให้เราดูแลนั้นไม่จำเป็นว่ากระเป๋าจะต้องสกปรกเท่านั้นถึงจะนำมาทำได้ แต่สามารถนำกระเป๋าของคุณมาทำได้ทุกเมื่อ ถ้าหากคุณต้องการให้กระเป๋าคุณดู fresh ขึ้น ดูใหม่ขึ้น ดูมีชีวิตชีวาขึ้น สำหรับการทำสปากระเป๋านั้นเพื่อจะได้ให้กระเป๋าของเรานั้นดูสดใส หากใช้กระเป๋าไปซักระยะหนึ่งแล้วกระเป๋าก็จะเริ่มมีฝุ่นเกาะหรือคราบติดอยู่ตามผิวกระเป๋า ซึ่งถ้าไม่ได้อาจมองไม่เห็นซึ่งนอกจากทำให้กระเป๋าสกปรกแล้วหากเราปล่อยคราบไว้นานอาจจะทำให้กระเป๋าดูหมองลงได้ และอาจทำให้กระเป๋าที่มีราคาแพงไร้ค่าไปเลย เพราะเหตุนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาวิธีการดูแลกระเป๋าให้อยู่กับเราไปนานๆ และยังคงมีสภาพที่ดีอยู่ตลอดเวลา ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดและดูแลกระเป๋าหนังที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดนั้นไม่ใช่ทุกตัวที่จะเหมาะแก่การนำมาใช้กับกระเป๋าหนัง จึงต้องให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ให้เหมาะสม สำหรับวันนี้เราขอนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะแก่การดูแล เดรสยีนส์ กระเป๋าแบรนด์หนังแท้ ดังนี้ 1. Apple Leather Care เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน โดยมีครีมทำความสะอาดหนังในขั้นตอนแรกและครีมบำรุงเพื่อความชุ่มชื้นแก่หนัง และมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำความสะอาด ซึ่งราคาก็ไม่แพงมากสำหรับคนที่ต้องการหาผลิตภัณฑ์ดีๆ สักชิ้นเพื่อดูแลกระเป๋า 2. COLLONIL ผลิตภัณฑ์ชื่อดังจากเยอรมันเป็นสินค้าที่เป็นที่นิยมสำหรับร้านทำสปากระเป๋า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดูแลกระเป๋าราคาแพง สำหรับผลิตภัณฑ์ชนิดนี้อาจมีราคาอาจจะสูงกว่าผลิตภัณฑ์อื่นที่วางจำหน่ายอยู่ทั่วไปนิดหน่อย 3. Stay Clean ผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องหนังราคาถูกที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ซึ่งมีความสามารถในการดูแลกระเป๋าได้ไม่ต่างกับผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้เน้นด้านการดูแลหนังมาก เพียงแค่เช็ดทำความสะอาดและให้ความชุ่มชื้นในเบื้องต้น สำหรับเรื่องของผลิตภัณฑ์กระเป๋าหนังที่ได้แนะนำไปนั้นสามารถใช้ได้กับหนังบางชนิดเท่านั้น ดังนั้นก่อนที่จะเลือกใช้ควรที่จะทำการศึกษาให้ดีเสียก่อน เพราะถ้าใช้ไม่ถูกวิธีอาจทำให้กระเป๋าหนังของคุณเสียหายได้ ที่สำคัญอย่าลืมอ่านวิธีการใช้อย่างละเอียดเพราะหนังบางชนิดไม่สามารถที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ข้างต้นได้ เช่น หนังกลับ เนื่องจากจะทำให้สีของหนังเปลี่ยนไปหรือทำให้หนังตายด้านก็เป็นได้ หากเป็นกระเป๋าใบโปรดราคาแพงไม่อยากจะเสี่ยงในการทำความสะอาดเอง...
read more

ลดความเครียดจากการทำงานอย่างไร

เรื่องของการทำงานทำการนั้นเรื่องของการทำงานที่มีความเครียดนั้นมันคือเรื่องที่ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้หรือว่าหากพยายามที่จะหลีกเลี่ยงได้มันก็เลี่ยงยากมาก ยิ่งนั่งทำงานที่ โต๊ะครู หรือว่าโต๊ะทำงานมากแค่ไหนยิ่งเครียด หลายคนพยายามในการที่จะทำแต่มันทำยากมาก หลายคนมีความเครียด มีทั้งแบบรู้ตัวและแบบไม่รู้ตัวก็ยังมี ดังนั้นก่อนที่ ความดันโลหิตจะพุ่งปี๊ดสูงจนเป็นอันตรายที่จะเกิดเส้นเลือดในสมองจะแตกไปเสียก่อน ควรรู้จักวิธีจัดการกับความเครียดในขณะทำงานบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายความเครียดและความกดดันไปได้ หลายคนนั้นพยายามในการที่จะทุ่มเทกับงานเอามาก ตั้งใจมากโดยไม่รู้เลยว่ามันคือการตายผ่อนส่ง ในระยะยาว การที่มีความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมามากมายไม่ว่าจะเป็น ออฟฟิศซินโดรม ไมเกรน ความดัน เบาหวาน และโรคอื่นๆมากมาย การทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน วันละไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ไม่เคยพักสายตา ทุก 1 ชั่วโมงแบบที่หมอแนะนำ สุดท้ายทำให้เกิดอาการปวดหัว ปวดตา และออฟฟิศซินโดรมก็เล่นงามจนได้ ส่งผลให้สุขภาพในระยะยาว มันไม่คุ้มค่ากันเลยกับการตั้งใจทำงานเกินไปจนได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเงินเดือนมากมาย แต่สุดท้ายก็จะต้องเอาเงินนั้นแหละมารักษาตัวเอง เพราะว่าทำงานหักโหมจนเกินไป  วันนี้จึงอยากมาแนะนำวิธีผ่อนคลายและสลายเครียดในการทำงานมาแนะนำ ให้ลองปรับใช้ในการทำงานของแต่ละคนได้ 1. การหาเพลงฟัง การหาเพลงฟังนอกจากจะช่วยให้ผ่อนคลายแล้ว จะรู้สึกได้เลยว่าดนตรีช่วยบำบัดความเครียดได้ ลองเปิดเบาๆ เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าเราเครียดหรือว่าหมกมุ่นกับงานมากเกินไป ลองเปิดเพลงฟังดูแต่หากว่ากลัวว่าจะรบกวนคนอื่นก็ใช้หูฟังขึ้นมาช่วย เพลงทีเปิดให้เน้นตามที่ชอบเน้นเพลงสบายๆ ให้รู้สึกผ่อนคลายรับรองได้เลยว่าทำดูจะช่วยได้จริงๆทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย 2. การหาขนมหรือของทานเล่นระหว่างมื้อมาทาน วิธีนี้อาจจะไม่ถูกใจสาวๆที่กำลังลดความอ้วนกันสักเท่าไหร่ เพราะว่าทำให้อ้วนมากยิ่งขึ้น ก็ลองหาของพักเบรกที่ไม่อ้วนมาทานก็ได้ เช่น ผลๆไม้ น้ำผลไม้ก็ช่วยได้ กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลก็ช่วยได้ เดินไปทานในช่วงที่เครียดคิดไม่ออก พวกดาร์คช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ ก็ทำให้สมองแล่นได้นะ เพราะว่ามีสารที่ชื่อว่า  Phenylethylamine ลดความเครียดได้ 3. หาของกลิ่นหอมมาเป็นตัวช่วย พวกอโรม่าก็ช่วยได้ เรียกว่า กลิ่นบำบัดความเครียดก็เรียกได้ ใช้จำพวก น้ำมันหอมระเหย กลิ่นจากเทียนหอม...
read more

คิ้วแบบไหนสวยเหมาะกับใบหน้ารูปไข่และใบหน้ากลม

บอกได้เลยว่าคิ้วคือมงกุฎของใบหน้า ดังนั้นสาวๆสมัยนี้จึงให้ความสำคัญสำหรับการที่เราจะเขียนคิ้ว หรือว่าวิธีการอย่างไรที่ทำให้คิ้วสวยได้บ้างกันทั้งนั้น แต่การที่จะมีคิ้วสวยเหมาะสมกับใบหน้าตามสมัยนิยมมันบอกได้เลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย การที่จะวาดเองเขียนเองก็ใช่ว่าจะง่ายดายเสมอไปคนที่เขียนคิ้วสวยทำเองได้ ย่อมที่จะมีชัยไปกว่าครึ่ง บางคนต้องไปหาที่เรียนถึงใน โรงเรียนสอนสักคิ้วสามมิติ กันเลยที่เดียวเพื่อจุดประสงค์อะไรนะเหรอตอบได้เลยอย่างง่ายๆคือว่าอยากที่จะมีเทคนิคในการเขียนคิ้วและวาดคิ้วให้สวยกันทั้งนั้นแหละ แต่ถามว่าจะมีสักกี่คนจะประสบความสำเร็จในการที่จะทำเองได้ ดังนั้นจึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจอะไรเลยที่สมัยนี้การที่จะไปสักคิ้วจะกี่มิติก็ตามจึงได้รับความนิยมกันมากเลยในสมัยนี้ แต่การที่เราจะเลือกแบบคิ้วให้เหมาะสมกับใบหน้ามันไม่ใช่เรื่อง่ายเลยนะ แล้วก็ถ้าไปสักมาแล้วไม่เข้ากับใบหน้าของเราก็จะต้องมีอันทุกข์ใจไปตลอดเพราะว่าการลบรอยสักเสียทั้งเวลาและเสียเงิน อีกทั้งยังนำความเจ็บปวดอีกด้วย ดังนั้นก่อนที่จะไปสักคิ้วลองมาดูแบบมาตรฐานของคิ้วที่เหมาะสมกับใบหน้ากลมและใบหน้ารูปไข่กันดีกว่า แบบที่ 1 ใบหน้ารูปไข่ คนที่มีใบหน้ารูปไข่มักที่จะได้เปรียบกว่าใบหน้ากลมเพราะว่าสัดส่วนต่างๆบนใบหน้าส่วนมากจะได้มาตรฐานมากว่าใบหน้าแบบกลม การเขียนคิ้วหรือว่าแต่งหน้าจะทำได้ง่ายมากกว่า เป็นที่น่าอิจฉาสำหรับคนที่ใบหน้าในรูปแบบนี้ การเขียนคิ้วที่เหมาะกับใบหน้านี้คือ การเขียนในแนวลักษณะเฉียงไปหน่อยจะทำให้ใบหน้าคม หัวคิ้วเลยตามาด้านหน้าไม่ต้องเยอะมากจนเกินไป หางคิ้วไม่ยาวมากจนเกินไป แบบที่ 2 ใบหน้ากลม กำหนดให้หางคิ้วเฉียงขึ้นเล็กน้อย เพื่ออะไรนะเหรอเพราะคนที่ใบหน้าดกลมนั้นใบหน้าจะไม่มีความเรียวเลยการวาดให้เฉียงตามที่แนะนำจะทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น...
read more